บทความ

“7 สิ่งที่ได้เรียนรู้ในปี 2023” – ป้อม ปัญญา ปคูณปัญญา

7 สิ่งที่ได้เรียนรู้ในปี 2023- ป้อม ปัญญา | Christlike

1.“ข้าพเจ้าเผชิญได้ทุกอย่างโดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า” ฟีลิปปี 4:13

ไม่มีคำแนะนำที่ใช้ได้กับทุกปัญหา  ไม่มี life coach คนไหนที่รู้ว่าพรุ่งนี้ชีวิตของเราจะเจออะไร ไม่เคยมีแผนสำรองที่สามารถรองรับทุกเรื่องในชีวิตคนได้ แต่เราจะเจอและผ่านทุกเรื่องยาก ๆ ในชีวิตได้ เพราะความหวังและกำลังที่มาจากพระเจ้า คนที่เชื่อพระเจ้าเจอปัญหาไม่ต่างจากผู้ที่ยังไม่เชื่อ แต่ความแตกต่างคือเรามีพระเจ้าให้ยึดเกาะไว้จนวันเหล่านั้นเคลื่อนผ่านไป

2.“พระองค์ทรงรักษาคนที่ใจแตกสลาย และทรงพันแผลให้เขา พระองค์ทรงนับจำนวนดาว พระองค์ทรงตั้งชื่อมันทุกดวง” สดุดี 147:3-4

เมื่อเรามีบาดแผลทางร่างกาย เราก็จะไปหาหมอเพื่อขอการรักษา เมื่อเรามีปัญหาสุขภาพจิตเราก็จะไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และแม้ว่าคุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชจะทุ่มเทรักษาอย่างเต็มที่ แต่ในหลาย ๆ ครั้งก็สุดความสามารถที่จะเยียวยาร่างกายหรือจิตใจที่แตกสลายหรือเสียหายมากจนเกินไป หรือแม้แต่ในมิติของจิตวิญญาณที่เราแตกหักหรือว่างเปล่า เราจะรับการเยียวยาหรือการเติมให้เต็มได้อย่างไร?  พระเจ้าใส่ใจหัวใจทุก ๆ ดวง นอกจากพระองค์ตั้งชื่อดวงดาวทุกดวงแล้ว พระองค์ยังทรงใส่ความพิเศษในหัวใจของเราทุก ๆ ดวงด้วย พระเจ้าทรงรู้จัก เข้าใจเราและมีพลังอำนาจที่จะเยียวยา ฟื้นฟู หัวใจที่แตกหัก ผิดเพี้ยนหรือมอ่อนแอ ให้กลับมาเป็นหัวใจที่งดงาม แข็งแรงและส่องประกายอย่างที่พระองค์ทรงสร้างไว้ได้

3.“พระองค์ผู้ทรงเรียกท่านนั้นซื่อสัตย์ และพระองค์จะทรงทำให้สำเร็จ” 1 เธสะโลนิกา 5:24 

ไม่ว่าคุณจะเล่นดนตรีหรือวิ่งระยะไกล วินัยในการฝึกซ้อมคือสิ่งที่ไม่หลอกลวง ในปีที่ผ่านมา เมื่อพบช่วงเวลาที่ก้าวมาสู่วัยกลางคน แม้ว่าผมจะพยายามฝึกซ้อมดนตรีหรือฝึกฝนร่างกายในการวิ่งเหมือนหลาย ๆ ปีก่อน แต่ผลลัพธ์กลับแย่ลงตามสภาพร่างกายที่เสื่อมโทรมลงตามวัย รวมถึงความสามารถในการตัดสินใจ จัดการง่ายหรือการรับใช้หลาย ๆ อย่างผมใช้เวลาในการคิดและเตรียมมากขึ้นแต่ความผิดพลาดก็เกิดมากขึ้นเช่นกัน

ผมเริ่มสงสัยและท้อใจบ่อยครั้งว่า “ความพยายาม” และ “ความตั้งใจ” เหล่านั้นเป็น ความสัตย์ซื่อหรือคือความดื้อรั้นกันแน่ ถ้าหากคุณกำลังสงสัยหรือท้อใจกับงานที่คุณทำหรือรับใช้อยู่ สิ่งที่คุณต้องถามตัวเองเป็นสิ่งแรกคือ “พระเจ้าทรงใช้ฉันทำสิ่งนี้หรือไม่?” แทนที่จะตั้งคำถามว่า “ฉันทำมันได้ดีแค่ไหน? (ในสายตาตัวเองหรือคนอื่นๆ)”  ถ้าคุณได้รับการยืนยันว่าพระเจ้าทรงนำให้คุณทำสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ ขอให้คุณสัตย์ซื่อ ทำอย่างสุดความสามารถ เพราะว่า ”พระองค์ผู้ทรงเรียกท่านนั้นซื่อสัตย์ และพระองค์จะทรงทำให้สำเร็จ“ ในวิธีการ ช่วงเวลาและสำเร็จในมาตรฐานของพระองค์อย่างแน่นอน

4.“ใครมีหูจงฟังเถิด” มัทธิว 13:9 

การฟังเป็นเรื่องที่ดูง่ายดายแต่ทำให้ดีได้ยากมาก หลาย ๆ ครั้งเรา(ทำท่า)ฟังเพื่อต้องการจะพูดในสิ่งที่เราคิดไว้แล้ว หลายครั้งเราสรุปเรื่องราวที่ได้ยินทั้ง ๆ ที่ยังได้ฟังไม่ครบทั้งหมด หรือไม่ได้คิดทบทวนก่อน หลาย ๆ ครั้งเราเหนื่อยเกินกว่าจะรับฟังเสียงของคนที่มีปัญหาหรือขอความช่วยเหลือ และที่แย่ที่สุดคือบ่อยครั้งที่เราอยากจะบ่น ร้องขอ หรือระบายกับพระเจ้ามากกว่าหยุดและฟังสิ่งที่พระองค์อยากจะกระซิบกับหัวใจของเรา ในโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูล ข่าวสารและเสียงความคิดต่าง ๆ ขอให้เสียงที่ดังที่สุด คือเสียงของพระเยซูที่ทรงตรัสในใจของเรา

 

5.”พระองค์ตรัสว่า “เราเองจะไปกับเจ้า และให้เจ้าได้พัก”“ อพยพ 33:14 

เหมือนที่พระเจ้าทรงตรัสกับโมเสสที่ต้องรับหน้าที่พาชนชาติใหญ่เดินทางไกล นั่นเป็นภาระหนักจนเกินบรรยาย ทั้งการโน้มน้าวและจูงใจมวลชน การบริหารจัดการความขัดแย้งและยังไม่นับปากท้องและสภาพความเชื่อที่เปราะบางของกลุ่มผู้นำที่ร่วมงานด้วย ในหลายครั้งปัญหาที่พุ่งเข้ามาทำให้เราต้องโฟกัสที่การจัดการปัญหาก่อนใส่ใจถึงคุณภาพความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้า หลายครั้งในงานรับใช้ เราใส่ใจในคุณภาพของชิ้นงานหรือกระบวนการที่ทำมากกว่าคุณภาพของจิตวิญญาณ เมื่อรู้สึกตัวอีกทีจิตวิญญาณที่บาดเจ็บจากความเหนื่อยล้าก็จะส่งสัญญาณไปที่จิตใจ อารมณ์ความคิดและร่างกาย คุณภาพของการพักไม่ใช่จำนวนวันที่หยุดหรือการได้ไปเที่ยว กินในที่หรู ๆ แต่เป็นการได้หยุดพักสะบาโตในพระเจ้าอย่างสม่ำเสมอทั้งจิตวิญญาณและร่างกาย  ถ้าพระเจ้าทรงนำคุณอยู่ พระองค์จะประทานช่วงเวลาหยุดพักให้คุณด้วยเพื่อคุณจะมีกำลังไปต่อได้

6.“พวกสาวกของพระองค์ทูลถามพระองค์ว่า “พระอาจารย์ ใครทำบาป คนนี้หรือพ่อแม่ของเขา เขาถึงเกิดมาตาบอด?” พระเยซูตรัสตอบว่า “ไม่ใช่คนนี้หรือพ่อแม่ของเขาที่ทำบาป แต่เขาเกิดมาตาบอดเพื่อให้พระราชกิจของพระเจ้าปรากฏในตัวเขา” ยอห์น 9:2-3

เมื่อเราประสบกับเรื่องราวที่โหดร้ายหรือยากลำบาก เรามีทัศนคติต่อพระเจ้าอย่างไร? เราจะตั้งคำถามกับตัวเองหรือไม่ว่า “ฉันทำบาปหรือตัดสินใจผิดพลาดอะไรหรือไม่ ที่เราต้องเจอกับสิ่งนี้?” และถ้ายังไม่พบคำตอบใด ๆ เราจะตั้งคำถามต่อไปหรือไม่ว่า “สิ่งนี้จะนำพระพรหรือสิ่งที่ดีมาสู่ชีวิตของฉันได้อย่างไร?”

 

ในหลาย ๆ ครั้ง คำถามเหล่านั้นเปิดเผยให้เห็นความสนใจที่เรามีต่อตัวเองมากกว่าพันธกิจของพระเจ้าอย่างชัดเจน ในหลาย ๆ ครั้งความเจ็บปวดหรือเรื่องร้าย ๆ ที่เราเผชิญนำไปสู่การประกาศพระนามของพระเจ้าหรือนำการเยียวยามาสู่บุคคลอื่น ๆ โดยที่ไม่เกี่ยวกับชีวิตของเราและครอบครัวเลย เรายังสามารถขอบพระคุณพระเจ้าและนับเรื่องราวเหล่านั้นเป็นพระพรได้หรือไม่?

7.“และบัดนี้ ทั้งสามสิ่งนี้ยังดำรงอยู่ คือความเชื่อ ความหวัง และความรัก แต่ความรักนั้นใหญ่ที่สุดในสามสิ่งนี้” 1 โครินธ์ 13:13

ความหวังทำให้เราต่อลมหายใจในช่วงเวลาที่ไร้แสงสว่าง ความเชื่อทำให้เรายังมุ่งมั่นกระเสือกกระสนคลานต่อไปให้ถึงปลายทาง แต่ความรักของพระเจ้าเป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง และเป็นสิ่งที่จะเปลี่ยนหัวใจให้คนอยากกลับมาคืนดีและรู้จักกับพระเจ้า ขอความรักของพระเยซูคริสต์ครอบครองหัวใจของเราจนไหลล้นออกมาสัมผัสใจคนรอบข้าง ตลอดปี 2024 ที่กำลังมาถึงนะครับ

 

Graphic Design by : Rainnie Design

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง