บทความ

“7 สิ่งที่ได้เรียนรู้ในปี 2023” – มัทธิว ทอมพ์สัน Matthew Thompson

"7 สิ่งที่ได้เรียนรู้ในปี 2023" - มัทธิว ทอมพ์สัน Matthew Thompson | Christlike

ผมรู้สึกขอบคุณมากสำหรับทุกสิ่งที่ผมได้เรียนรู้ในปีนี้!

 

1.หนังสือ “The Soul of Shame” ช่วยให้ผมเห็นว่ามารซาตานใช้ความอับอายมาทำให้ผมไม่มีทางสู้มาตลอด โดยการทำให้ผมกลัวการถูกปฏิเสธและอยากแยกตัวออกไปจากคนอื่น ผมกำลังเรียนรู้ที่จะก้าวไปข้างหน้า พยายามที่จะเข้าหาผู้คนและมีความสัมพันธ์กับพวกเขา

และตั้งใจที่จะรู้จักความรู้สึกของตัวเอง รวมถึงสิ่งต่าง ๆ ที่ตัวผมกำลังต่อสู้อยู่ด้วย และผมเรียนรู้ที่จะแบ่งปันและรับคำอธิษฐานจากคนที่ผมเชื่อใจและพวกเขารักผมไม่ว่าผมจะเป็นอย่างไรก็ตาม ผมรู้สึกเป็นอิสระมาก!

 

2.ในปีนี้ผมได้เข้าใจมากขึ้นจริง ๆ ว่าอะไรคือพระประสงค์ของพระเจ้า ผมได้เห็นถึงการจัดเตรียมของพระองค์ แม้กระทั่งในเรื่องไม่ดีที่เกิดขึ้น (เช่น เรื่องที่ผมข้อมือหักหรือที่ผมไม่ได้สอนในบางรายวิชาที่ผมอยากจะสอน) เรื่องเหล่านี้กลับกลายเป็นสิ่งที่ดีสำหรับชีวิตของผม พระเจ้าทรงทำทุกสิ่งเพื่อก่อให้เกิดผลดีต่อชีวิตของเรา ทรงช่วยให้ผมวางใจในพระองค์ ในเวลาที่ผมไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ให้พอใจที่จะรอและฟังเหมือนมารีย์ ให้ผมมีหัวใจที่อยากให้พระเยซูเป็นมากกว่าคำตอบหรือความสำเร็จ อธิษฐานขออะไรก็ได้ที่จะนำผมให้ใกล้พระเยซูมากขึ้น และทรงช่วยให้ผมวางใจให้พระองค์ทรงดูแลทุกสิ่งและทุกคนไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม รวมถึง การที่พระองค์ทรงนำผมออกจากพื้นที่ที่ผมคุ้นเคยและเข้าสู่การเป็นอาจารย์ในโรงเรียนด้วยสันติสุขอันสมบูรณ์แบบของพระองค์!

 

3.หนึ่งในสิ่งที่เติมพลังให้กับผมมากที่สุดที่ผมเคยมาในปีนี้คือการหยุดพักชั่วครู่ ใช้เวลาไม่กี่นาที หลาย ๆ ครั้งในแต่ละวัน เพื่อเชื่อมต่อกับการสถิตของพระเจ้าและรับเติมเต็มกับพระเยซู ดำรงอยู่ในความรักจากพระบิดาของผม รับรู้ว่าพระบิดายอมรับผม และรับการปลอบโยนจากผู้ปลอบโยนของผม ได้เพลิดเพลินไปกับมิตรภาพกับสหายเลิศของผมคือพระเยซูเมื่อผมรู้สึกเหงา มันเป็นอะไรที่มีประโยชน์มาก

 

4.ปีนี้ผมได้ตั้งใจฟังภรรยามากขึ้น เช่น การฟังและเข้าใจเธออย่างแท้จริง ไม่บังคับหรือพยายามให้บทสนทนาเป็นไปตามความต้องการของผม ผมเรียนรู้ที่จะออกจากพื้นที่ปลอดภัยของตัวเองเพื่อให้เวลาและใช้เงินกับสิ่งที่ภรรยาเห็นคุณค่า แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับผมก็ตาม รู้ไหมครับ? ชีวิตคู่ของเราดีขึ้นมาก! ผมรอคอยที่จะเพิ่มพูนความรักและเสียงหัวเราะในชีวิตของเรามากขึ้นในปีต่อ ๆ ไป

 

5.วางใจในพระเจ้าผ่านเรื่องท้าทาย  ผมได้เรียนรู้ที่จะวางใจพระเจ้ากับความแตกสลาย ความเศร้า และความผิดหวัง ได้รับการเยียวยารักษาและมีความหวังมากขึ้น

 

6.วันหนึ่ง ผมได้ใคร่ครวญคำถามที่ว่า “คุณจะทำอย่างไร ถ้ารู้ว่าคุณจะต้องตายในวันนี้? ผมตระหนักได้ว่าผมอยากจะไปหาทุกคนที่ผมรู้จัก (และพวกคุณแต่ละคนที่อ่านข้อความนี้) สบตาพวกเขา และบอกพวกเขาว่าผมรักและซาบซึ้งในตัวพวกเขามากแค่ไหน ไม่มีอะไรที่ผมอยากจะทำไปมากกว่านั้นแล้ว

 

7.บางครั้งผมรู้สึกกังวล เครียดกับสิ่งที่ผมต้องทำแต่ไม่แน่ใจว่าตัวเองมีความสามารถพอที่จะทำไหม ข้อพระคำที่ให้กำลังใจผม มาจาก 2 พงศ์กษัตริย์ 1:3  “ไม่มีพระเจ้าในอิสราเอลหรือ?” ความจริงก็คือมีพระเจ้าในอิสราเอลและพระองค์อยู่กับผม พระองค์คืออิมมานูเอล และถ้าพระองค์ทรงอยู่กับผม ผมก็สบายดี ผมเชื่อพระสัญญาของพระองค์ว่าพระองค์จะไม่ทิ้งผม แม้ว่าผมจะล้มเหลวอย่างมากและได้ทำให้ทุกคนผิดหวัง พระองค์จะยังอยู่ตรงนี้กับผม นั่นทำให้ผมกล้าที่จะก้าวต่อไป และไม่ต้องกังวลอะไรเลย

 

 

I’m so grateful for all that I’ve learned this year!

  1. The book, “The Soul of Shame” helped me to see how the enemy has used shame throughout my life to cripple me, fearing rejection and isolating myself. I’m learning to move towards connection instead, intentionally becoming aware of my feelings and struggles and sharing them vulnerably with people that I trust and who love me no matter what. It’s so freeing!
  2. I’ve learned a lot about discerning God’s will this year. I’ve seen His providence – how even bad things (like breaking my wrist or not getting all the classes I wanted) have turned out for good. God’s always setting me up for goodness, working all things together for good. He helped me to trust Him in times of not knowing what was coming next, to be content to wait and listen like Mary, wanting Jesus more than answers or accomplishments, and to pray for whatever outcome would bring me closer to Jesus, not necessarily the easy one, productive one, or the one that everyone else wants. He helped me to trust Him to take care of everything and everyone regardless of which direction I go. And then He led me out of my comfort zone and into teaching – with perfect peace! You’d think leaving the comfort zone would mean losing peace, but not with Jesus! 
  3. One of the most life-giving things I’ve done this year is Pausing. Taking a few minutes many times a day to connect to God’s presence and refill with Jesus. Abiding in the affection and approval of my Father, getting consolation from my Comforter, and enjoying companionship with my Friend when lonely. It’s so, so helpful. 
  4. This year, I’ve grown in listening to my wife. Like, real listening and really understanding, not forcing my way of doing things or my agenda. I’ve learned to leave my comfort zone to give time and money to what my wife values, even if it’s not my thing. Guess what? Our marriage is so much better! I’m looking forward to more love and laughter in the year to come. 
  5. I’ve learned to trust God with broken things, with sadness and disappointment. I’ve grieved loss, poured out my heart to God, and found healing and faith for redemption. 
  6. One day, I reflected on the question “What would you do if you knew you would die today? I realized I’d want to go to each and every person that I know (and each one of you reading this), look them in the eyes, and tell them how much I love and appreciate them. There’s nothing I’d rather do. 
  7. Sometimes I get anxious-  stressed about things I need to do and not sure I’m competent to do. A verse that has encouraged me comes from 2 Kings 1:3 – “Is there no God in Israel?” The truth is, there is a God in Israel, and with me. He is Immanuel, and if He is with me, I’ll be fine. I believe His promise, that He won’t leave me. Even if I fail miserably and disappoint everyone else, He’ll still be right here with me. That gives me the courage to do anything, and suddenly, I’m not anxious anymore.

Graphic Design by : Rainnie Design

 

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง