บทความ

“7 สิ่งที่ได้เรียนรู้ในปี 2023” – บอย โกสิยพงษ์ –

"7 สิ่งที่ได้เรียนรู้ในปี 2023" -บอย โกสิยพงษ์ | Christlike

ปีนี้ก็เป็นอีกปีหนึ่งที่ท้าทายผมมากโดยเฉพาะเรื่องการจดจ่อกับพระเจ้ามากกว่าที่จะจดจ่อต่อความรู้สึกของตนเอง 

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

 

จากประสบการณ์ตลอด เกือบ 57 ปี ผมสรุปออกมาได้ว่าถ้าปราศจากการติดสนิทและจดจ่ออยู่ที่พระเจ้าในการทุกช่วงเวลาของการดำเนินชีวิตแล้ว

ผมจะไม่มีความสามารถและไม่มีกำลังเพียงพอที่จะเชื่อมสัญญาณต่อกับพระเจ้าอันเป็นต้นทางของการเชื่อมต่อกับพระพรอันยิ่งใหญ่ที่ผมจะได้รับจากทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตเลย

แต่ด้วยความอ่อนแอและด้วยการให้ความสำคัญกับตัวเองมากกว่าพระเจ้าของผม

ผมจึงพร้อมเสมอที่จะสนใจต่อความรู้สึกเฉพาะหน้ามากกว่าพระสัญญาของพระองค์เหมือนที่กล่าวไว้ในพระคัมภีร์

 

“ข้าพเจ้าไม่เข้าใจการกระทำของข้าพเจ้าเอง เพราะว่าข้าพเจ้าไม่ทำสิ่งที่ข้าพเจ้าปรารถนาที่จะทำ แต่กลับทำสิ่งที่ข้าพเจ้าเกลียดชังนั้น ถ้าข้าพเจ้าทำสิ่งที่ไม่ปรารถนาจะทำ ขณะที่ยอมรับว่าธรรมบัญญัตินั้นดี ข้าพเจ้าจึงไม่ใช่ผู้ทำ แต่ว่าบาปซึ่งอยู่ในตัวข้าพเจ้านั่นเองเป็นผู้ทำ ด้วยว่าในตัวข้าพเจ้า คือในเนื้อหนังของข้าพเจ้าไม่มีความดีใดอยู่เลย เพราะว่าเจตนาดีข้าพเจ้าก็มีอยู่ แต่การดีนั้นไม่สามารถทำได้เลย คือว่าการดีนั้นซึ่งข้าพเจ้าปรารถนาทำ ก็ไม่ได้ทำ แต่การชั่วซึ่งข้าพเจ้าไม่ปรารถนาทำ ก็ยังทำอยู่ 

ถ้าแม้ข้าพเจ้ายังทำสิ่งซึ่งไม่ปรารถนาจะทำ ก็ไม่ใช่ตัวข้าพเจ้าเป็นผู้ทำ แต่บาปซึ่งอยู่ในตัวข้าพเจ้านั่นเองเป็นผู้ทำ 

ดังนั้นข้าพเจ้าจึงพบว่ามีกฎธรรมดาอย่างหนึ่ง คือเมื่อไรที่ข้าพเจ้าตั้งใจจะทำความดี ก็มักจะเลือกทำชั่วซึ่งอยู่ใกล้ตัว เพราะว่าส่วนลึกในใจของข้าพเจ้านั้น ก็ชื่นชมในธรรมบัญญัติของพระเจ้า แต่ข้าพเจ้าเห็นมีกฎอีกอย่างหนึ่งอยู่ในอวัยวะของข้าพเจ้า ซึ่งต่อสู้กับกฎแห่งจิตใจของข้าพเจ้า และชักนำให้อยู่ใต้บังคับกฎแห่งบาป ซึ่งอยู่ในอวัยวะของข้าพเจ้า

โอย ข้าพเจ้าเป็นคนน่าสมเพชอะไรเช่นนี้? 

ใครจะช่วยให้พ้นจากร่างกายแห่งความตายนี้ 

ขอบพระคุณพระเจ้า โดยทางพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา ฉะนั้นทางด้านจิตใจข้าพเจ้ารับใช้ธรรมบัญญัติของพระเจ้า แต่ทางฝ่ายเนื้อหนังข้าพเจ้ารับใช้กฎแห่งบาป”

‭‭โรม‬ ‭7‬:‭15‬-‭25‬ ‭

 

ปีที่ผ่านมา ผมพยายามเหลือเกินที่จะปรับปรุงใจของตัวเองให้เป็น router ที่สามารถ รับและเชื่อมสัญญาณ internet ที่ส่งมาทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพื่อให้สามารถที่จะเป็นในสิ่งที่อยากจะเป็นให้ได้ คือการติดสนิทและมีความสัมพันธ์กับต่อพระองค์

แต่จนแล้วจนรอด ก็เป็นอีกปีหนึ่งที่ผมเรียนรู้ว่า ไม่ว่าผมจะพยายามมากเท่าไร ความบาปในใจของผมก็ยังมีแรงดึงให้ผมพร้อมที่จะทำผิดพลาดได้เสมอ

แต่ขอบคุณพระเจ้าจริงๆ ที่ปีที่ผ่านมานี้ เพราะกำลังจากพระองค์ ผมจึงรอดตัวจากการตัดสินใจผิดพลาดได้เพิ่มขึ้นอีกประมาณสัก 2% (ประเมินเอาเอง) ซึ่งก็นับว่ามากโขอยู่สำหรับผม

 

ข้อแรกที่เรียนรู้คือ

ผมไม่มีวันที่จะรักพระเจ้าได้เพียงพอหรือใกล้เคียงกับที่พระองค์ทรงรักผมหรอก ดังนั้นผมอย่าได้คิดจะทะนงตัวเลย ว่าเราก็รักพระเจ้าพอจะทำให้กับพระองค์ได้พอ หรือจะรับใช้พระองค์ได้สมควรพอที่จะต่อรองให้พระองค์ปรับเปลี่ยนแผนการณ์ที่ยอดเยี่ยมของพระองค์ที่มีให้ชีวิตของผม ให้เป็นแบบที่ผมต้องการเลย

ข้อ 2 item

ผมได้เรียนรู้ว่า การอ่านพระคัมภีร์ก็เหมือนกับการเก็บ item ที่ผมเล่นในเกม เมื่อเรายิ่งสะสมข้อพระคัมภีร์ไว้ในกระเป๋าเก็บ item ของผมมากเท่าไหร่ เราก็จะสามารถที่จะดึง item หรืออาวุธต่าง ๆ ที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้ให้ผมใช้เผชิญหน้ากับทุกปัญหาที่เข้ามาในชีวิตมากขึ้นเท่านั้น 

และยิ่งเผชิญกับปัญหาหรือการท้าทายใหม่ ๆ มากเท่าไหร่ item ของเราก็จะ upgrade ตัวเองให้แข็งแกร่งและลึกซึ้งขึ้นรอบด้านมากขึ้น

ทั้งหมดนี้มีเป้าประสงค์ในเกมแห่งชีวิตนี้คือการได้มีสันติสุขอยู่ในพระคริสต์ซึ่งเป็นพระพรที่พระองค์ทรงปรารถนาให้ผมได้รับ

“เพราะว่าสิ่งที่เขียนไว้ในสมัยก่อนนั้น ก็เขียนไว้เพื่อสั่งสอนเรา เพื่อเราจะได้มีความหวังโดยความทรหดอดทน และโดยการหนุนใจจากพระคัมภีร์”

‭‭โรม‬ ‭15‬:‭4‬ 

“สุดท้ายนี้ จงเข้มแข็งขึ้นในองค์พระผู้เป็นเจ้า และในอานุภาพอันทรงพลังของพระองค์ จงสวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้าเพื่อจะสามารถต่อสู้กับอุบายของมารได้ เพราะเราไม่ได้ต่อสู้กับเนื้อหนังและเลือด แต่ต่อสู้กับพวกภูตผีที่ครอบครอง พวกภูตผีที่มีอำนาจ พวกภูตผีที่ครองพิภพในยุคมืดนี้ ต่อสู้กับพวกวิญญาณชั่วในสวรรคสถาน เพราะเหตุนี้จงรับยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้าไว้ เพื่อท่านจะสามารถต่อสู้ในวันชั่วร้ายนั้น และเมื่อทำทุกอย่างแล้วจะยังยืนหยัดอยู่ได้ เพราะฉะนั้นจงยืนหยัดไว้ เอาความจริงคาดเอว เอาความชอบธรรมเป็นเกราะป้องกันอก และเอาความพรั่งพร้อมในการประกาศข่าวประเสริฐแห่งสันติสุขมาสวมเป็นรองเท้า และพร้อมกับสิ่งทั้งหมดนี้ จงเอาความเชื่อเป็นโล่ ด้วยโล่นี้พวกท่านจะสามารถดับลูกศรเพลิงทั้งหมดของมารร้าย จงเอาความรอดเป็นหมวกเหล็กป้องกันศีรษะ และจงถือพระแสงของพระวิญญาณคือพระวจนะของพระเจ้า จงอธิษฐานในพระวิญญาณทุกเวลาโดยการอธิษฐานและการวิงวอนทุก ๆ อย่าง เพราะเหตุนี้จงเฝ้าระวังด้วยความเพียรและด้วยการวิงวอนเผื่อธรรมิกชนทุกคนอยู่เสมอ”

‭‭เอเฟซัส‬ ‭6‬:‭10‬-‭18‬ ‭ 

Items เหล่านี้ได้อยู่แทรกระหว่างเรื่องราวของชีวิตของบุคคลต่าง ๆ ที่มีอยู่ในพระคัมภีร์อย่างมากมายให้เราได้เก็บนำมาปรับใช้ร่วมกันกับชีวิตของเรา

และผมก็ได้เรียนรู้อีกว่าเราไม่จำเป็นต้อง learn hard way ก็ได้ แค่เพียงอ่านและพยายามที่จะหาความเข้าใจถึงชีวิตที่ผิดพลาดล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จในพระคำภีร์

 

 

ข้อ 3 หัดที่จะคิดแบบมองภาพรวมของชีวิต มากกว่ามองผลร้ายหรือดีที่เกิดขึ้นสั้น ๆ ในช่วงนั้น ๆ

หลาย ๆ ครั้ง ผมมักจะหนักใจกับความท้าทายและกังวลกับเหตุการณ์ที่ดูเหมือนจะร้าย ๆ เฉพาะหน้า

ในปีนี้ผมได้เรียนรู้ว่า “หากสงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร” หากภาพยนต์ที่เรากำลังดูอยู่(ซึ่งมีผู้กำกับที่เป็นพระเจ้าผู้มีอำนาจเหนือทุกสิ่ง ผู้ที่รักเราขนาดที่ยอมส่งพระบุตรองค์เดียวมาตายแทนเราได้) จะมีเรื่องที่ดูน่ากลัว จนนึกไม่ออกว่าตอนท้ายนั้นมันจะะออกมาเป็นปลายดีได้อย่างไร 

แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาในชีวิต มันสอนให้ผมรู้ได้เลยว่าตั้งแต่เรื่องแบบไม้จิ้มฟันยันเรื่องแบบยานอวกาศ พระองค์ผู้เป็นผู้กำกับอันยิ่งใหญ่ และรักตัวละครตัวนี้เหลือเกินนั้น จะไม่เขียนบทให้สถานการณ์พลิกผันจนจบดีในตอนท้ายได้อย่างไร?

บางทีไม่ต้องรอถึงท้ายจริง ๆ ก็ได้เห็นแล้วว่าเหตุการณ์ร้าย ๆ นั้นมีประโยชน์ในการขัดเกลาใจผมเองมากขนาดไหน

 

“พระเจ้าตรัสว่า เพราะเรารู้แผนงานที่เรามีไว้สำหรับเจ้า เป็นแผนงานเพื่อสวัสดิภาพ ไม่ใช่เพื่อทุกขภาพ เพื่อจะให้อนาคตและความหวังใจแก่เจ้า”

‭‭เยเรมีย์‬ ‭29‬:‭11‬ ‭TH1971‬‬

 

“เรามอบสันติสุขไว้​ให้​แก่​ท่านแล้ว สันติ​สุขของเราที่​ให้​แก่​ท่านนั้น เราให้ท่านไม่เหมือนโลกให้ อย่าให้ใจของท่านวิตกและอย่ากลัวเลย”

‭‭ยอห์น‬ ‭14‬:‭27‬ ‭KJV‬‬

 

ข้อ 4 ทุกอย่างมีวาระ ไม่ต้องไปเปลี่ยนเวลาวาระของพระเจ้าที่ทรงมีต่อผู้อื่น อย่าไปฝืนยัดเยียดความหวังดีที่เขายังไม่พร้อมที่จะยอมรับ

เราไม่ใช่พระเจ้าที่จะรู้ว่าเวลาไหนดี เวลาไหนดียอดเยี่ยมที่จะประกาศข่าวประเสริฐ 

บ่อยครั้งเหลือเกินตั้งแต่เชื่อในพระเจ้ามา ผมชอบที่จะได้เห็นผลลัพธ์ว่าได้นำคนนี้คนนั้นมารู้จักพระเจ้า แล้วก็รู้สึกภูมิใจว่าได้ทำให้พระเจ้าพอพระทัย

เมื่อมีประสบการณ์ในชีวิตมากขึ้น ก็รู้เลยว่าสิ่งที่ตัวเองคิดอยู่นั้นเป็นเพียงการตอบสนองความต้องการของตัวเองที่จะได้ “ทำให้พระเจ้า” มากกว่า “ทำเพื่อพระองค์”

การ push การเร่งรัด การที่ผมต้องการที่จะให้ผู้คนทั้งหลายทั้งใกล้และไกลตัวนั้นมาเชื่อในพระเจ้านั้น หลายครั้งเหลือเกิน เป็นเพียงเป้าหมายในเชิง “ตัวเลข” ที่ “ผม” อยากเห็น และที่ “ผม” อยากให้เป็นจากฝีมือของผม(หรือได้มีส่วนในความสำเร็จนั้น ๆ ) เพื่อจะได้โอ้อวด(ในใจว่า ผมนี่ช่างเป็นคนงานที่ใช้ได้เหลือเกินเลยนะเนี่ย)

ซึ่งผลของการผลักดันจนเกินพอดี ก็ได้กลายเป็นผลักไสผู้คนจำนวนมากมายทั้งใกล้และไกลตัวให้ห่างไปจาก การอยากรู้จักพระเจ้า

เพราะถ้าผมเชื่อในพระเจ้าจริง ๆ แล้วว่าพระองค์ทรงเป็นอัลฟ่าและโอเมก้า ไฉนเลยผมถึงพยายามที่จะเร่งรัดให้ทุกอย่างเกิดผลตามใจของผม

ในปีนี้ผมจึงเรียนรู้ที่จะรอคอยและเฝ้ามองผลงานอันแสนมหัศจรรย์ของพระองค์ที่ทรงมีแผนการณ์อันล้ำลึก(กว่าผมมากมายนัก) ว่าพระองค์จะทรงสร้างสรรค์ความมหัศจรรย์นี้ออกมาในรูปแบบใดอย่างตื่นเต้น

 

“เปาโลคือผู้​ใด อปอลโลคือผู้​ใด เขาเป็นผู้​รับใช้​มาแจ้งให้ท่านทั้งหลายเชื่อ ตามซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงโปรดประทานแก่​ทุกคน ข้าพเจ้าได้​ปลูก อปอลโลได้​รดน้ำ แต่​พระเจ้าทรงทำให้​เติบโต เพราะฉะนั้น คนที่ปลูกและคนที่รดน้ำไม่สำคัญอะไร แต่​พระเจ้าผู้ทรงโปรดให้เติบโตนั้นต่างหากที่​สำคัญ ดังนั้นคนที่ปลูกและคนที่รดน้ำก็เป็นพวกเดียวกัน แต่​ทุ​กคนก็จะได้ค่าจ้างของตนตามการที่ตนได้กระทำไว้ เพราะว่าเราทั้งหลายเป็นผู้ร่วมทำการด้วยกั​นกับพระเจ้า ท่านทั้งหลายเป็นไร่นาของพระเจ้า และเป็นตึกของพระเจ้า”

‭‭1 โครินธ์‬ ‭3‬:‭5‬-‭9‬ ‭KJV‬‬

 

“โดยพระคุณของพระเจ้าซึ่งได้ทรงโปรดประทานแก่​ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าได้วางรากลงแล้วเหมือนนายช่างผู้​ชำนาญ และอีกคนหนึ่​งก็มาก่อขึ้น ขอทุกคนจงระวังให้​ดี​ว่าเขาจะก่อขึ้นมาอย่างไร เพราะว่าผู้ใดจะวางรากอื่​นอีกไม่​ได้​แล้ว นอกจากที่วางไว้​แล้วคือพระเยซู​คริสต์ แล้วบนรากนั้นถ้าผู้ใดจะก่อขึ้นด้วยทองคำ เงิน เพชรพลอย ไม้ หญ้าแห้งหรือฟาง”

‭‭1 โครินธ์‬ ‭3‬:‭10‬-‭12‬ ‭KJV‬‬

“อย่าให้​ผู้​ใดหลอกลวงตัวเอง ถ้าผู้ใดในพวกท่านคิดว่าตัวเป็นคนมีปัญญาตามหลักของยุ​คนี้จงให้​ผู้​นั้นยอมเป็นคนโง่จึงจะเป็นคนมีปัญญาได้ เพราะว่าปัญญาของโลกนี้เป็นความโง่เขลาจำเพาะพระเจ้า ด้วยมีคำเขียนไว้​แล้​วว่าพระองค์​ทรงจับคนที่​มี​ปัญญาด้วยอุบายของเขาเอง’ และยั​งมี​อี​กว่า ‘​องค์​พระผู้เป็นเจ้าทรงทราบความคิดของคนมีปัญญาว่าเป็นเพียงแต่​ไร้สาระ​’ เหตุ​ฉะนั้นอย่าให้​ผู้​ใดยกมนุษย์ขึ้นอวด ด้วยว่าสิ่งสารพัดเป็นของท่านทั้งหลาย จะเป็นเปาโล อปอลโล เคฟาส โลก ชีวิต ความตาย สิ่งในปัจจุบันนี้ หรือสิ่งในอนาคต สิ่งสารพัดนั้นเป็นของท่านทั้งหลาย และท่านทั้งหลายเป็นของพระคริสต์ และพระคริสต์ทรงเป็นของพระเจ้า”

‭‭1 โครินธ์‬ ‭3‬:‭18‬-‭23‬ ‭KJV‬‬

“เพราะฉะนั้นท่านจงรู้เถิดว่า ความรอดของพระเจ้าถูกส่งไปให้คนต่างชาติแล้ว และพวกเขาจะฟัง””

‭‭กิจการ‬ ‭28‬:‭28‬ ‭

เมื่อถึงเวลาของพวกเขากับพระองค์ พระองค์ก็จะทรงให้พวกเขาฟังและรับเชื่อเอง การวางแผนมากมายของผมจึงเป็นเหมือน หรือเวลาที่ผมไม่ได้อะไรดั่งใจ “รอเถิดจะเกิดผล
เร่งไปก็ไร้ค่าหากยังไม่ได้อยู่ในแผนการของพระองค์”

“ที่จริงข้าพเจ้าถือว่าสิ่งสารพัดไร้ประโยชน์ เพราะเห็นแก่ความประเสริฐแห่งความรู้ถึงพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า เพราะเหตุพระองค์ ข้าพเจ้าจึงได้ยอมสละสิ่งสารพัด และถือว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นเหมือนหยากเยื่อเพื่อข้าพเจ้าจะได้พระคริสต์ และจะได้ปรากฏอยู่ในพระองค์ ไม่มีความชอบธรรมของข้าพเจ้าเอง ซึ่งได้มาโดยธรรมบัญญัติ แต่มีมาโดยความเชื่อในพระคริสต์ เป็นความชอบธรรมซึ่งมาจากพระเจ้าซึ่งขึ้นอยู่กับความเชื่อ”

‭‭ฟีลิปปี‬ ‭3‬:‭8‬-‭9‬ ‭TH1971‬‬

 

ข้อ 5 พระคัมภีร์ล้ำลึกและหวานจับใจสร้างความหวังให้กับเราได้เสมอ ยิ่งผมเจอประสบการณ์หนักหนามากสักเท่าไหร่ ยิ่งชีวิตโดนทุบมากและบ่อยเท่าไหร่

การอ่านพระคัมภีร์(การเชื่อมต่อกับพระเจ้า)ของผม ทำให้ผมยิ่งซาบซึ้งในพระคุณของพระองค์มากขึ้นเท่านั้น

คงคล้าย ๆ กับกระท้อนที่ยิ่งถูกทุบ ก็ยิ่งหวาน เมื่อยิ่งหวาน ความรู้สึกเกรงกลัวการโดนทุบก็ค่อย ๆ ลดลงไปทีละนิด

 

“พระวจนะของพระองค์นั้น ข้าพระองค์ลิ้มลองแล้วหวานยิ่งนัก หวานยิ่งกว่าน้ำผึ้งเมื่อถึงปากของข้าพระองค์!”

‭‭สดุดี‬ ‭119‬:‭103‬ ‭TNCV‬‬

“ล้ำค่ากว่าทองคำ ยิ่งกว่าทองบริสุทธิ์ หวานยิ่งกว่าน้ำผึ้ง ยิ่งกว่าน้ำผึ้งที่หยดจากรวง”

‭‭สดุดี‬ ‭19‬:‭10‬ ‭TNCV‬‬

 

ยิ่งอ่านก็ยิ่งซึ้ง ยิ่งพบเรื่องราวระหว่างบรรทัดที่ไม่ได้ถูกมองเห็นด้วยตาเปล่า แต่ใจกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด 

เหล่านี้คือสิ่งที่ผมเรียนรู้จากการได้อ่านพรคัมภีร์และมีสามัคคีธรรมกับพี่น้องในพระคริสต์

 

ข้อ 6 มีพระพรที่ซ่อนอยู่ในทุก ๆ ความทุกข์ใจ

ในปีนี้ผมและครอบครัวได้พบกับความผิดหวังจากการถูกปฏิเสธและในความล้มเหลวในหลาย ๆ เรื่อง 

แต่พระเจ้าก็ให้ดีใจ(ลูกสาวคนโต) ได้พูดกับผมว่า Rejection คือ redirection 

และฉับพลัน พระเจ้าก็ทำให้ผมได้คิดว่า เมื่อ redirection แล้วก็พาเราไปสู่ reinvention ที่จะ reformation จิตวิญญาณของเราเอง to reincarnation in Jesus Christ   เพราะพระองค์ทรงตรัสว่า

“จงวางใจในพระเยโฮวาห์ด้วยสุดใจของเจ้า และอย่าพึ่งพาความเข้าใจของตนเอง จงยอมรับรู้​พระองค์​ในทุกทางของเจ้า และพระองค์จะทรงกระทำให้​วิถี​ของเจ้าราบรื่น”

‭‭สุภาษิต‬ ‭3‬:‭5‬-‭6‬ ‭KJV‬‬

จะเอาอะไรมากไปกว่านี้ล่ะครับนายบอย?

 

ข้อ 7 พระองค์ทรงชนะโลกนี้แล้ว สบายใจได้ แค่ผมรอให้เป็นเย็นให้ได้ จดจ่อและคอยปิติยินดีกับการที่ได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์อย่างมีสันติสุขก็พอ 

“เราได้บอกเรื่องนี้​แก่​ท่าน เพื่อท่านจะได้​มี​สันติ​สุขในเรา ในโลกนี้ท่านจะประสบความทุกข์​ยาก แต่​จงชื่นใจเถิด เพราะว่าเราได้ชนะโลกแล้ว”

‭‭ยอห์น‬ ‭16‬:‭33‬ ‭KJV‬‬

““นี่แน่ะ เราจะมาในเร็ว ๆ นี้ ความสุขมีแก่คนที่ถือรักษาคำพยากรณ์ในหนังสือนี้” เราคืออัลฟาและโอเมกา เป็นเบื้องต้นและเบื้องปลาย เป็นปฐมและอวสาน””

‭‭วิวรณ์‬ ‭22‬:‭7‬, ‭13‬ ‭

ชื่นใจจริง ๆ ครับ

สรรเสริญพระเจ้า!!

 

ขอบคุณพระเจ้าสำหรับทีมงาน ChristLike มากครับที่ให้ผมได้มีโอกาสทบทวนสิ่งที่เรียนรู้จากปีที่ผ่านมา 

จะได้เตือนตัวเองว่า ให้สำนึกถึงความยิ่งใหญ่และความรักที่พระเจ้าเป็นนั้น มหาศาลสักเพียงไหน 

ต่อผงธุลีอย่างผม

หวังว่าในปีหน้าผมจะได้รับโอกาสนี้อีกครั้งนะครับ

ด้วยรักในพระคริสต์

บอย โกสิยพงษ์

 

Graphic Design by : Rainnie Design

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง