บทความ

“7 สิ่งที่ได้เรียนรู้ในปี 2023” – อีฟ จริยา มุ่งวัฒนา

"7 สิ่งที่ได้เรียนรู้ในปี 2023" - อีฟ จริยา มุ่งวัฒนา| Christlike

1.ชีวิตคือการสะสม

ผลในวันนี้ มาจากการหว่านในวันวาน ไม่ว่าจะเป็น สุขภาพ มิตรภาพ ศักยภาพ คุณภาพชีวิต และการเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณ 

ปีที่ผ่านมาเริ่มลุกขึ้นวิ่งจริงจังต่อเนื่องมา 1 ปีเต็ม แล้วการวิ่งสอนบทเรียนเรื่องนี้มากๆ เพราะผลลัพธ์ของการวิ่งนั้นซื่อตรงยิ่งนัก หากมาวิเคราะห์สถิติด้านต่างๆ ในวันแข่ง มันจะบอกทุกอย่างว่าเราสะสมวันเวลาแห่งการซ้อม กิน นอน และใช้ชีวิตตลอดทางที่ผ่านมายังไง สิ่งนี้เลยทำให้เปลี่ยนมาให้ความสำคัญกับการทำอะไรๆ ทีละเล็กทีละน้อย แต่สม่ำเสมอมากขึ้น 

“เขาตายเพราะขาดวินัย” บางเรื่องเราต้องเอาวินัยมานำหน้าหัวใจให้ได้ เพราะถ้าปล่อยตามใจหมดสุดท้ายจะพัง

เมื่อก่อนจะเป็นพวกฮึดขึ้นมาเป็นพักๆ โหมโถมหนักเป็นช่วงๆ ตามฟีลและแรงบิ๊ว

แต่ก็นะ อะไรที่มาแบบดีดนิ้ว ฉีกซอง instant มันเห็นผลง่าย แต่ไม่ยั่งยืน การกินอาหารเพื่อสุขภาพก็ไม่ได้ทำให้เราแข็งแรงขึ้นในวันเดียว

การกินอาหารใส่สารกันบูดก็ไม่ได้ทำให้เราตายในวันเดียวกรุงโรมก็ไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว

 

2.ไม่ต้องเป็น “ที่สุด” แต่เป็น “ที่ดี”

“ที่สุด” อาจจะเป็นได้แค่คนเดียว แต่ “ที่ดี” ทุกคนสามารถเป็นได้พอตั้งเป้าว่าจะเป็นที่สุดแล้วมันเหนื่อย ท้อใจ 

ลองเปลี่ยนการตั้งเป้าใหม่ว่าจะเป็น ทีดี และดีขึ้นเรื่อยๆ เราจะมีกำลังใจขึ้นอีกเยอะ 

และมันเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถไปถึงได้ และไปถึงได้ในทุกด้านของชีวิต

พอเราตั้งเป้าจะเป็น “ที่ดี” เราจะให้ค่ากับความพยายาม มากกว่าความสำเร็จ โลกสอนให้มองที่เป้าหมาย ทำอย่างไรก็ได้ให้สำเร็จ แต่พระเจ้าสนใจวิธีการและกระบวนการที่จะไปถึงเป้าหมายมากกว่า

หลายคนอาจจะคิดว่าต้องเป็นที่สุด ถึงจะเรียกว่า สำเร็จ แต่จริงๆ แค่เราเป็น “ที่ดี” และ “ดีขึ้น” นั่นก็อาจจะเป็นความสำเร็จที่น่าชื่นชมกว่าการเป็นที่สุดก็ได้

 

3.เราต้องยอมให้พระเจ้าเปลี่ยนเราก่อน เราถึงจะไปเปลี่ยนโลกได้

ขอบคุณพระเจ้าสำหรับโอกาสและบทบาทใหม่ในปีนี้ที่ได้เข้าไปช่วยขับเคลื่อนงานในรัฐสภา ซึ่งปกติแค่ปัญหาในชีวิตและคนรอบข้างที่ช่วยแบกรับไว้ก็ทำให้คิดมากคิดหนักปล่อยวางยากอยู่แล้ว พอได้เข้าไปตรงนั้น ได้รับรู้ปัญหาต่างๆ ที่กว้างและใหญ่มากขึ้น เป็นเรื่องระดับบ้านเมืองประเทศชาติ ก็ยิ่งทุกข์และกังวลใจ บางเรื่องก็ไม่รู้ทำยังไงแต่ก็อยากมีส่วนช่วยเข้าไปแก้ไข สร้างการเปลี่ยนแปลงไปซะหมด แล้วหลายๆ เรื่องก็พบว่า มันเกินมือ เกินความสามารถ เกินสิทธิอำนาจที่เราจะไปถึงได้จริงๆ

บางทีการที่พระเจ้านำให้เราไปอยู่ในพื้นที่และบทบาทใหม่ อาจจะไม่ใช่ให้เราแค่ไป “ทำ” อะไร แต่เพื่อให้เราถูกเปลี่ยนแปลงชีวิตไป “เป็น” อะไร

แล้วเราที่ถูกสร้างเป็นเวอร์ชั่นใหม่นั่นแหละ ถึงจะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในโลกมากขึ้นได้

ความจริงอีกเรื่องก็คือ เราเปลี่ยนโลกทั้งใบไม่ได้ เปลี่ยนหลายอย่างในโลกไม่ได้ เราทำได้แค่บางอย่างเท่านั้น และจงทำบางอย่างนั้นให้เต็มที่ สุดมือ สุดใจ และสิ่งที่ควรทำที่สุดคือ พึ่งพาพระเจ้าและวางใจ

 

4.เราแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่เราเรียนรู้จากอดีตได้

กลไกแห่งการเวลาของพระเจ้านั้นช่างอัศจรรย์ อดีตคือส่วนที่ผ่านไปแล้ว สอนให้เรารู้ว่า เราย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ในสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว สิ่งที่เราทำได้คือ ขอบคุณพระเจ้า และเรียนรู้จากมันให้มากที่สุด

ยิ่งเรายึดติดกับอดีตมากเท่าไหร่ เราจะยิ่งขาดทุนกับปัจจุบันมากเท่านั้น ผิดหวัง เสียใจ สำเร็จ ล้มเหลว.. อะไรผ่านไปแล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไป ปล่อยวางกับเรื่องที่เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

เลิกเสียดายอดีต เอาพลังมาใช้กับปัจจุบัน และมีความหวังให้มากกับอนาคต

 

5.เรียนรู้ที่จะพอใจในสิ่งที่มีและเป็นอยู่

เคล็ดลับความสุขขั้นสูงสุดที่ได้เรียนรู้จากชีวิตที่ร่วงเลยมาถึงวัยนี้ คือ ความพอใจที่มีและเป็นอยู่ 

ชอบประโยค “I have learned to be content whatever the circumstances” ในฟิลิปปี 4:11 มาก ลองสังเกตตัวเองดู พอเราอยากได้และอยากทำอะไรที่มากกว่าหรือมากขึ้น ความสุขจะเริ่มหายไปทันที ปีนี้เรียนรู้ที่จะพูดคำว่า แค่นี้ก็ดีแล้ว กับตัวเองบ่อยมาก ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปก็ได้ ซึ่งแต่ก่อนจะเป็นพวกเบอร์สุด ต้องทำให้ได้ตายก็พร้อม อะไรแบบนั้น และก็พบว่า ชีวิตผ่อนคลายและมีความสุขขึ้นเยอะ 

 

6.ทุกคนมีเส้นชัยและรางวัลของตัวเอง

การเปรียบเทียบสร้างความทุกข์ที่ไม่จำเป็น และการตัดสินไม่ใช่หน้าที่ของเรา เส้นทางชีวิตใครก็เส้นทางของคนนั้น บททดสอบของใครก็ของคนนั้น นิยามความสำเร็จของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และพระเจ้ามีรางวัลสำหรับทุกคน

ชีวิตคือการวิ่งระยะไกลที่สรุปไม่ได้หรอกว่าใครดีกว่าใครจนกว่าจะถึงปลายทาง สิ่งสำคัญในเส้นทางชีวิตทุกก้าวคือ เราต้องรู้ตัวเองให้ดีว่ากำลังทำอะไร เพื่ออะไร 

คนต้นกลับกลายเป็นคนปลาย คนปลายกลับกลายเป็นคนต้น แต่ละคนต้องรับผิดชอบและตอบกับพระเจ้าในวันสุดท้าย ซึ่งผู้ที่ให้รางวัลในเส้นชัย ก็คือพระเจ้าผู้ทรงยุติธรรมที่มองเห็นทุกฝีก้าวในชีวิตของเรา และเห็นทะลุกระทั่งท่าทีภายในใจในแต่ละก้าวนั้น

 

7.บทเรียนที่ดีที่สุดคือบทเรียนจากการกลับใจ

ถ้าเราละเอียดอ่อนและให้เวลากับใคร่ครวญกับการกลับใจใหม่ในแต่ละวันมากขึ้น เราจะได้บทเรียนชีวิตหลายอย่างที่เป็นของเราเอง ไม่ใช่ของคนอื่น

การขอโทษของเราไม่ได้ทำให้พระเจ้าสูงขึ้น แต่ถ้าเราไม่ขอโทษพระเจ้า ตัวเราเองนั่นแหละที่จะเสื่อมลง

ผิดแล้วไม่กลับใจคือ แย่ ผิดแล้วไม่เรียนรู้คือ โง่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มนุษย์คนบาปอย่างเราก็ยังมีโอกาสผิดพลาดได้ทุกเมื่อ แต่เรื่องที่น่าชื่นใจก็คือ ไม่ว่าจะผิดซ้ำซากมากมากแค่ไหน พระเจ้าก็ยังรัก พร้อมให้อภัย และพระคุณของพระเจ้าก็มีเพียงพอในชีวิตเราเสมอ

 

ขอบคุณพระเจ้าสำหรับทุกวันเวลาแห่งพระคุณตลอดปี 2023

 

Graphic Design by : Rainnie Design

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง