บทความ

“7 สิ่งที่ได้เรียนรู้ในปี 2023” – ดร.อาณัติ เป้าทอง

"7 สิ่งที่ได้เรียนรู้ในปี 2023" - ดร.อาณัติ เป้าทอง | Christlike

ขอขอบคุณทีมงาน Christlike อีกครั้ง ที่ให้โอกาสผมในการแบ่งปัน “สิ่งที่เรียนรู้” ในปี 2023 ซึ่งในปีนี้ผมขอแบ่งปันสิ่งที่ได้เรียนรู้จาก “บทสนทนาของผมกับคนในวงการคริสเตียน 7 คน” ซึ่งผมจะเรียงตาม timeline ในการสนทนานะครับ

 

What – “ส่วนเรื่องเสรีภาพทางวิชาการเมื่อสวมหมวก Nexus พี่ก็เห็นว่าเป็นไปได้”

Who – ศรัณย์ ลีฬหเกรียงไกร ศิษยาภิบาล Nexus Thonburi

When – วันที่ 16 เดือนกุมภาพันธ์ เวลา 11:09 PM

Where – Facebook messenger

Context – โดยส่วนตัวรู้จักพี่รันมานานในฐานะผู้นำของกลุ่มพันธภิบาล (คำศัพท์ดักแก่) ในมุมมองของผมพี่รันเป็นคนที่เข้าถึงง่ายและความเข้าใจหลายด้าน จึงไม่แปลกอะไรที่พี่รันจะกลายเป็นที่ปรึกษาให้กับคนและองค์กรจำนวนมาก และผมก็เป็นคนหนึ่งที่ปรึกษาพี่รันเป็นครั้งคราว โดยปัญหาของผมเกิดจากการที่ใส่หมวก 2 ใบ

  1. “ศิษยาภิบาลคริสตจักร Nexus Florida” ซึ่งในหมวกใบนี้ ผมควร “สรุปหลักข้อเชื่อให้ชัดเจน” เท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อจะไม่เกิดความขัดแย้งในคริสตจักรและในองค์กร 
  2. “นักวิชาการอิสระด้านปกป้องความเชื่อ” ซึ่งในหมวกใบนี้ ผมควร “แบ่งปันหลักข้อเชื่อให้กว้าง” เท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อว่า จะเกิดการต่อยอดทางวิชาการได้อย่างกว้างขวาง

จึงทำให้ผมไม่สามารถเขียนบทความบางชิ้นออกมาได้ เพราะ เกรงว่าจะกระทบ “หลักข้อเชื่อ” ของ Nexus 

พี่รันในฐานะผู้นำคนหนึ่งของ Nexus ให้คำแนะนำด้วยคำพูดข้างบน ซึ่งสำหรับผมมันคือไฟเขียว ให้เขียนงานทางวิชาการต่อไป

Learn – ผมเรียนรู้ว่า หลายครั้งเราคิดไปเองว่า “สิ่งนั้นไม่ควรทำ” ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เรา “ยังไม่ทำ” ดังนั้นจึงเป็นการง่ายกว่าไหม ที่เราควร “ถามหาไฟเขียวจากผู้มีสิทธิอำนาจ” เพื่อจะเปลี่ยนคำว่า “สิ่งนั้นไม่ควรทำ” ให้กลายเป็น “สิ่งนั้นทำได้”

 

What – “Here’s an article I’ve just finished writing as an offshoot from the seminar.“คริสเตียนควรมีจุดยืนอย่างไรในเรื่อง LGBTQ+” any feedback would be welcome

Who – Steve Taylor, faculty of Bangkok Bible Seminary

When – วันที่ 9 เดือนมิถุนายน เวลา 8:54 PM

Where – Facebook messenger

Context – ผมเชื่อว่าฐานะคริสเตียนที่ใฝ่หาความรู้ “เกือบทุกคน” ย่อมเคยได้ยินชื่อของ Steve Taylor เพราะว่า ผลงานและจิตใจที่ทุ่มเทเพื่อคนไทยเป็นที่ประจักษ์อย่างกว้างขวางในวงการคริสเตียนไทย ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ชื่นชมผลงานของท่าน จนกระทั่งทางรายการ Share the Love Forward ได้ให้เกียรติผมไปเป็น Speaker เกี่ยวกับหัวข้อเรื่อง LGBTQ+ ร่วมกับ Steve และวิทยากรอีกหลาย ๆ ท่าน โดยหลังจากจบรายการ ทางอาจารย์ Steve ได้ติดต่อขอสไลด์คำสอนของผม และให้ผม feedback ผลงานล่าสุดของท่านเกี่ยวกับ LGBTQ+ ผมแอบดีใจเล็ก ๆ ที่คนระดับนี้ยอมรับในผลงานของเรา แต่จุดที่ประทับใจมากกว่านั้นคือ ความถ่อมใจ

Learn – ผมเรียนรู้ว่า ความถ่อมใจเป็นลักษณะที่สำคัญของนักวิชาการ ที่ไม่คิดว่าตัวเองเป็นน้ำเต็มแก้ว แต่พร้อมจะเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา โดยไม่เกี่ยงว่าการเรียนรู้นั้นจะมาจากไหน

 

What – “ผมโทรหาได้ไหมครับ สะดวกคุยไหม มีเรื่องอยากบอก”

Who – อภิรักษ์ สอนพรินทร์

When – วันที่ 4 เดือนกรกฎาคม เวลา 11:19 PM

Where – Facebook messenger

Context – โดยส่วนตัว ผมได้ความรู้มากมายจากชั้นเรียนออนไลน์ของอาจารย์อภิรักษ์ ซึ่งเป็นบุคลากรที่ทรงคุณค่าอีกคนในวงการคริสเตียนไทย จากการพูดคุยส่วนตัวผมคิดว่าเราทั้งสองคนมีความคิด ความเชื่อ คล้ายกันมาก บางครั้งอาจารย์โทรหาผมเพื่อแนะนำแนวคิดดี ๆ ซึ่งในสายตาคริสเตียนทั่วไป ผม (1) มีอายุความเชื่อมานาน (2) มีการศึกษาสูง และ (3) เป็นนักดีเบต จึงทำให้คนที่จะมาแนะนำต้องมีความปรารถนาดีที่กล้าหาญพอสมควร ซึ่งในแต่ละปีผมจะได้รับคำแนะนำน้อยมาก (จะมีก็เพียงภรรยาเท่านั้นที่แนะนำและตักตือนผมตลอดทั้งปี ฮา ฮา)

Learn – ผมเรียนรู้ว่า ด้วยความเป็นเรา “คำแนะนำ” นั้นหายาก และ “คำแนะนำที่ดี” ก็ยิ่งหายากขึ้นไปอีก ดังนั้น “จงขอบคุณและใส่ใจในคำแนะนำที่ดีเสมอ”

 

What – “พี่ต้องการคนที่จะมาช่วยตอบคำถามพระคัมภีร์ที่คนส่งมาให้กับสมาคมพระคริสตธรรมไทยที่พี่ทำงานอยู่”

Who – ประกิจ ตรีทศายุธ, เลขาธิการสมาคมพระคริสตธรรมไทย

When – วันที่ 1 เดือนสิงหาคม เวลา 8:29 AM

Where – Line

Context – พี่ประกิจเคยเป็น mentor ของผมตอนสมัยที่เรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งพี่ประกิจได้สร้างชีวิตของผมในหลายด้าน ซึ่งผมก็เป็นเหมือน mentee อีกหลายคนที่อยากได้รับการยอมรับ/คำชม จาก mentor แต่ด้วยความที่ตอนนั้นผมยังเป็นเด็ก และทำผิดพลาดหลายอย่าง จึงทำให้พี่ประกิจผิดหวังและลำบากใจอยู่หลายครั้ง แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อยู่ในใจผมเสมอ คือ “สักวันหนึ่งเราอยากให้ mentor คนนี้ยอมรับเรา” เมื่อเวลาผ่านไปพระเจ้าได้สร้างเราใหม่ ซึ่งผมรู้สึกดีใจมากที่ได้ทำให้พี่ประกิจยอมรับและภาคภูมิใจในสิ่งที่เราทำมากขึ้น

Learn – ผมเรียนรู้ว่า การยอมรับจากคนที่เราเคยทำให้เขาผิดหวัง เป็น สิ่งที่ดีต่อใจมาก

 

What – “เทศนา 11 เต็ม 10”

Who – ทนนท์ ชาญชิตโสภณ, ศิษยาภิบาล Nexus Bangkok

When – วันที่ 3 เดือนกันยายน เวลา 11:10 AM

Where – Nexus USA Camp

Context – ตลอดชีวิตการเป็นคริสเตียนผมชื่นชอบการอ่านและการสอนเป็นอย่างมาก ซึ่งก็จะได้รับคำวิจารณ์ทั้งด้านบวกและด้านลบ เพื่อนำมาพัฒนาการสอนของตัวเอง สำหรับวงการคริสเตียนในปัจจุบัน เป็นที่ยอมรับโดยทั่วกันว่า อาจารย์ทนนท์เป็นหนึ่งในนักเทศนาที่ครบเครื่อง ทั้งด้านเนื้อหา, เทคนิค และ รวมไปถึงชีวิตที่เป็นแบบอย่างด้วย ในครั้งที่อาจารย์ทนนท์มาเป็นวิทยากรให้กับค่าย Nexus USA ผมถือว่าเป็นโอกาสที่จะได้รับคำวิจารณ์จากคนที่เชี่ยวชาญด้านเทศนา ผมจึงบอกว่า “ช่วยให้คะแนนการเทศนาของผมด้วยนะ” ซึ่งหลังจากบอกไปแบบนั้น ผมก็กลับมาที่ห้องและปรับแต่งเนื้อหา จนกระทั่งได้รับคำชมตามข้อความข้างต้น

Learn – ผมเรียนรู้ว่า คำชมที่มาจากคนที่เชี่ยวชาญ มีนัยสำคัญและดีต่อใจมาก

 

What – “จีบภรรยาอีกครั้ง”

Who – ธงชัย ประดับชนานุรัตน์, ศิษยาภิบาล คริสตจักรแห่งความสุข

When – วันที่ 30 เดือนพฤศจิกายน เวลา 10:00 AM

Where – Care Inter

Context – ในอดีตที่ผ่านมาผมได้แต่มองเห็นผมอาจารย์ธงชัยอยู่ไกล ๆ จึงรู้จักแต่เพียงคำบอกเล่าจากคนอื่นเท่านั้น แต่หลังจากที่ได้รับการติดต่อให้เข้าร่วมกลุ่มแคร์ต่างประเทศของคริสตจักรความสุข เพื่อช่วยในการตอบคำถาม
ต่าง ๆ เกี่ยวกับคริสเตียน ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับอาจารย์ธงชัยทุกสัปดาห์ และสิ่งที่ผมสนใจอย่างมากก็คือ “ประสบการณ์ด้านการให้คำปรึกษาเรื่องความรัก” ผมเชื่อว่าคู่สามีภรรยาที่รู้จักกันมานานน่าจะมีปัญหาเรื่อง “ความสดใหม่” ซึ่งอาจารย์ธงชัยให้คำแนะนำที่เรียบง่าย แต่ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยนั่นคือ “จีบภรรยาอีกครั้ง” ซึ่งหากเราเคยชนะใจเธอมาแล้วครั้งหนึ่ง การจะชนะใจเธออีกครั้งมันต้องง่ายกว่าเดิม และผมได้นำเอาคำแนะนำมาใช้และพบว่า “มันดีมาก” 

Learn – ผมเรียนรู้ว่า การผู้ที่มีประสบการณ์สูง มักจะมีทางออกที่เรียบง่ายและมีประสิทธิภาพ

 

What – “อย่าเพิ่งรีบตายนะ”

Who – ธารา วงศ์ศิริสิน ศิษยาภิบาล Nexus Bangkok East Campus

When – วันที่ 22 เดือนธันวาคม เวลา 1:59 AM

Where – Facebook Call

Context – จิมเคยเป็น mentee และเป็นเพื่อนคู่คิดของผมตอนสมัยที่เรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งในปัจจุบันจิมเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของผมที่ครั้งหนึ่งชีวิตของผมได้มีอิทธิพลต่อเขา บทสนทนาล่าสุดที่คุยกันเกิดจากการที่จิมโทรมาหาเพื่อถามถึงงานเขียนของ Bart Erhman ซึ่งเราก็ได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวต่าง ๆ พอสมควร ก่อนจบบทสนทนาจิมบอกผมว่า “อย่าเพิ่งรีบตายนะ” และจิมไม่ใช่คนแรกที่พูดประโยคนี้กับผม ตลอดปีนี้มีอาจารย์และคนรอบตัวหลายคนพูดในทำนองเดียวกัน เช่น “ออกกำลังกายด้วยนะ อย่ารีบตาย”, “ดูแลสุขภาพด้วย”, “อย่านอนดึก” นอกจากความเห็นห่วงที่พวกเขามีต่อเราแล้ว ยังมีอีกประเด็นคือ สิ่งที่เราทำเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเราที่หาคนทำแทนได้ยาก

Learn – เราทุกคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่พระเจ้าใช้เวลาและทรัพยากรจำนวนมากในการสร้างให้ “เราเป็นในแบบปัจจุบัน” ดังนั้นการตอบแทนพระคุณความรักของพระเจ้าอย่างหนึ่ง ก็คือ การใช้สิ่งที่ “เราเป็นในปัจจุบัน” ให้เกิดประโยชน์กับอาณาจักรพระเจ้าให้มากที่สุด

 

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง