บทความ

โกรธได้ แต่อย่าทำบาป – Be Angry and Do Not Sin

ความโกรธเป็นบาปหรือไม่  เป็นไปได้หรือไม่ที่จะโกรธอย่างไม่บาป  ทำไมคนถึงโกรธ  เราจะจัดการกับความโกรธของเราอย่างไร  เราจะมาเรียนรู้กันในบทความนี้

กลไกของความโกรธ

ความโกรธเป็นความรู้สึกร้อนรุ่มที่เกิดขึ้นเมื่อคนไม่พอใจ บาดเจ็บ หรือรู้สึกว่าถูกปฏิบัติอย่างอยุติธรรม เมื่อใครบางคนรู้สึกโกรธ เขาสามารถเปลี่ยนเป็นอีกคนหนึ่งที่มีพฤติกรรมที่ผิดเพี้ยนไป ไม่มีใครอยากอยู่ใกล้คนที่มักโมโห ความโกรธทำลายความสัมพันธ์ เป็นเหตุผลหลักของการหย่าร้าง ทำให้ทีมงานแตกแยก และอาจนำไปสู่ฆาตกรรมได้

ความโกรธไม่เพียงส่งผลกระทบต่อคนอื่น แต่ยังส่งผลกระทบต่อคนที่โกรธด้วย มันอาจส่งผลร้ายต่อสภาพร่างกาย เช่น ความดันโลหิตสูง การปวดศีรษะ โรคกระเพาะ และอื่นๆ อีกมากมาย คนที่โกรธมักจะไม่สามารถคิดอย่างชัดเจนและสมเหตุสมผลได้ พวกเขามักจะลงเอยด้วยการตัดสินใจที่ผิดพลาด หรือทำสิ่งที่โง่เขลาที่ไม่เคยคิดว่าจะสามารถทำได้

ความโกรธมักจะถูกจัดเข้าพวกกับความรุนแรง แม้ความโกรธจะเป็นเพียงความรู้สึก มันก็อาจจะนำไปสู่ความประพฤติบาปได้ อย่างไรก็ตาม หากคุณรู้ตัวว่าคุณกำลังโกรธอยู่และจัดการกับมันทันที ความโกรธของคุณอาจจะไม่นำไปสู่การกระทำที่ผิดได้ แต่ยิ่งคุณแช่อยู่ในความโกรธนานเท่าไร โอกาสที่คุณจะทำผิดก็สูงขึ้นเท่านั้น

คาอินกับอาเบล เป็นบุตรของมนุษย์สองคนแรกคืออาดัมและเอวา วันหนึ่ง เขาทั้งสองนำเครื่องบูชามาถวายแด่พระเจ้า คาอินถวายพืชผลในขณะที่อาเบลถวายแกะหัวปีจากฝูงและไขมันของมัน พระเจ้าพอพระทัยเครื่องบูชาของอาเบล แต่พระองค์ไม่พอพระทัยเครื่องบูชาของคาอิน คาอินไม่เพียงไม่พอใจ แต่เขาโกรธยิ่งนัก

พระยาห์เวห์จึงตรัสถามคาอินว่า “ทำไมเจ้าโกรธ? ทำไมหน้าเจ้าบูดบึ้ง? ถ้าเจ้าทำดี เจ้าก็จะเป็นที่ยอมรับไม่ใช่หรือ? ถ้าเจ้าทำไม่ดี บาปก็หมอบอยู่ที่ประตู อยากตะครุบเจ้า เจ้าจะต้องเอาชนะบาปนั้น” (ปฐก.4:6-7)

พระเจ้าทรงเตือนให้คาอินสยบความโกรธของเขา หาไม่แล้วมันจะนำไปสู่หายนะ ความจริงที่ว่าพระเจ้าทรงแนะนำให้เขาจัดการความโกรธของตนเองและความบาปที่อาจจะเกิดตามมาเป็นสิ่งที่บอกเราโดยนัยว่า เขาสามารถเลือกการกระทำของตนได้ ความบาปไม่สามารถปกครองชีวิตของเขาหากเขาไม่อนุญาต น่าเสียดายอย่างยิ่งที่คาอินเลือกที่จะทำสิ่งผิด เขายอมจำนนต่อความกริ้วและฆ่าน้องชายของตน ทำให้เขาเป็นฆาตกรคนแรกบนโลกนี้

โกรธบริสุทธิ์

คนมักจะจัดให้ความโกรธเป็นบาปเพราะว่าคนจำนวนมากทำบาปเนื่องจากโกรธ แต่ความโกรธไม่ใช่บาปเสมอไป ขณะที่ความโกรธอาจจะนำไปสู่การกระทำบาปได้ ความโกรธในตัวเองไม่ใช่บาป

พันธสัญญาเดิมให้ภาพของพระเจ้าอย่างชัดเจนว่าทรงเป็นพระเจ้าบริสุทธิ์ผู้ทรงกริ้วเมื่อหลักการที่ชอบธรรมของพระองค์ถูกละเมิด พระองค์ทรงกริ้วเมื่อประชากรของพระองค์หันเหจากพระองค์ไปนมัสการรูปเคารพ สำหรับพระองค์แล้ว พวกเขาได้ทำการล่วงประเวณีในฝ่ายวิญญาณเมื่อติดตามพระเทียมเท็จเหล่านั้น

ด้วยความกริ้วของพระองค์ พระองค์ทรงลงวินัยคนของพระองค์ครั้งแล้วครั้งเล่า ประชาชาติบริสุทธิ์ของพระองค์ถูกประเทศเพื่อนบ้านที่นมัสการพระเทียมเท็จโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่า ในที่สุด อิสราเอลก็ถูกทำลายโดยพวกอัสซีเรีย ในขณะที่ยูดาห์ถูกทำลายโดยชาวบาบิโลนและคนยูดาห์ถูกเนรเทศ

ภาพของพระเยซูที่คนมักจะนำเสนอคือชายที่สุภาพและใจดี แต่ในความเป็นจริงแล้ว พระองค์ไม่ได้ปราศจากความเกรี้ยวกราดเสมอไป พระองค์ทรงเสด็จเข้าไปในพระวิหารที่เยรูซาเล็มและขับไล่คนที่ใช้ลานพระวิหารเป็นสถานทำการค้า (มธ.21:12-13; มก.11:15-18; ยน.2:13-22)

แม้พระคัมภีร์จะไม่ได้ระบุว่า พระบุตรของพระเจ้าทรงกระทำเช่นนั้นอย่างเกรี้ยวกราด แต่เราคงไม่สามารถจินตนาการได้ว่า พระองค์ทรงขับไล่คนเหล่านั้นอย่างสงบเสงี่ยมและคว่ำโต๊ะโดยปราศจากความโกรธ

ที่จริงแล้ว ยอห์นได้กล่าวว่า พวกสาวกของพระองค์ก็ได้ระลึกถึงคำที่เขียนไว้ว่า “ความร้อนใจในเรื่องพระนิเวศของพระองค์จะท่วมท้นข้าพระองค์” (ยน.2:17) เราเห็นได้แน่ชัดว่า พระเยซูทรงท่วมท้นด้วยอารมณ์ความรู้สึกในเวลานั้น

ครั้งหนึ่ง เมื่อพระเยซูเสด็จเข้าไปในธรรมศาลา พระองค์ทรงพบชายคนหนึ่งที่มือลีบ ฟาริสีได้จับจ้องมองดูว่า พระองค์จะละเมิดกฎวันสะบาโตที่มนุษย์สร้างขึ้นหรือไม่ สำหรับพวกเขาแล้ว กฎเหล่านี้อยู่เหนือสวัสดิภาพของผู้คน แต่สำหรับพระเยซูแล้ว กฎควรจะถูกบัญญัติขึ้นเพื่อเป็นพรต่อคน พระองค์ทรงล่วงรู้ถึงจิตใจที่ชั่วร้ายของพวกเขา พระองค์ทอดพระเนตรดูรอบๆ ด้วยพระพิโรธและเสียพระทัยที่จิตใจของพวกเขากระด้าง แล้วพระองค์ตรัสกับชายคนนั้นว่า “จงเหยียดมือออกเถิด” เขาก็เหยียดออก และมือของเขาก็หายเป็นปกติ (มก.3:1-6)

ในเหตุการณ์เหล่านี้ พระเยซูทรงพระพิโรธ แต่พระองค์ไม่ได้กระทำบาป ความโกรธและการกระทำที่ตามมาของพระองค์ไม่ถือว่าเป็นบาป

การเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง

ความโกรธของคาอินต่างจากความโกรธของพระเยซูอย่างไร ทำไมความโกรธของคาอินจึงไม่ชอบธรรม ในขณะที่ความโกรธของพระเยซูนั้นเป็นโกรธบริสุทธิ์

สาเหตุของความโกรธ เป็นสิ่งที่กำหนดว่ามันชอบธรรมหรือบาป คาอินโกรธเพราะความอิจฉา ความโกรธของเขาเกิดจากการเอาตัวเป็นเองเป็นศูนย์กลาง ในทางตรงกันข้าม พระเยซูทรงโกรธเพราะพระบิดาในสวรรค์ถูกหลู่พระเกียรติและชายที่พิการไม่ได้รับการอภิบาล

ความโกรธอันเนื่องมาจากรากของการเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางเป็นสิ่งที่ผิดและนำไปสู่บาปได้ ความโกรธที่ชอบธรรมเกิดขึ้นเมื่อหลักการที่ถูกต้องถูกละเมิดและคนถูกปฏิบัติอย่างไม่ชอบธรรม

ในความเป็นจริงแล้ว ในบางสถานการณ์ การสงบเสงี่ยมและไม่โกรธอาจเป็นบาปด้วยซ้ำไป หากคุณเห็นผู้หญิงถูกล่วงละเมิดและคุณไม่รู้สึกอะไร คุณก็ผิดปกติแล้ว หากคุณเห็นคนถูกปฏิบัติอย่างไม่ยุติธรรมและคุณไม่รู้สึกยี่หระ ใจของคุณก็ไม่ถูกต้องแล้ว คนชอบธรรมจะรู้สึกถูกรบกวนใจและจะพยายามทำบางสิ่งเมื่อคนถูกทำร้าย

การบังคับตน

ถึงแม้ความโกรธจะไม่ใช่บาปในตัวมันเอง การควบคุมความโกรธก็เป็นหนทางที่ดีที่สุด เมื่อคุณโกรธ จงทำทุกสิ่งที่เป็นไปได้เพื่อจะควบคุมตนเอง นั่นต้องอาศัยวินัย เช่นเดียวกับการควบคุมตนเองเมื่อถูกทดลอง

ความโกรธเป็นปฏิกิริยาโต้ตอบทางอารมณ์ต่อสิ่งที่รบกวนใจคุณ คุณไม่มีปุ่มที่กดเพื่อแช่แข็งหรือประหารอารมณ์ของคุณ แต่สิ่งที่คุณทำได้คือการต้านทานความรู้สึกที่ต้องการโต้ตอบเมื่อโกรธ เป็นสิ่งที่ยากที่จะทำแต่สามารถทำได้ เพราะนี่เป็นคำสั่งในพระคัมภีร์ หากคุณฝึกที่จะควบคุมตนเองอย่างต่อเนื่อง คุณจะพบว่าการควบคุมความโกรธจะง่ายขึ้นเรื่อยๆ

เปาโลกล่าวว่า “จะโกรธก็โกรธได้ แต่อย่าทำบาป อย่าให้ถึงตะวันตกแล้วยังโกรธอยู่ อย่าให้โอกาสแก่มาร” (อฟ.4:26-27) คุณอาจจะโกรธได้ แต่คุณทำบาปไม่ได้

สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ เมื่อคุณโกรธ คุณจะต้องสยบความโกรธให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หาไม่แล้ว คุณอาจจะตกเป็นเหยื่อของศัตรูที่จะยุให้คุณทำบาป

ความโกรธอาจจะไม่ใช่สิ่งผิดเสมอไป เพราะความโกรธเป็นความรู้สึก คุณอาจจะไม่สามารถยุติความรู้สึกโกรธได้ทันที แต่คุณสามารถที่จะควบคุมมันได้ มันไม่ใช่บาปในตัวมันเอง การตอบสนองต่ออารมณ์โกรธต่างหากที่จะกำหนดว่าคุณจะทำบาปหรือไม่


 

Is anger sin? Can you be angry without sinning? Why do people get angry? How to deal with our anger? We will find out in this article.

Mechanism of anger

Anger is a burning feeling that is triggered when a person is frustrated, hurt, or feels treated unfairly. When someone is angry, they can turn into a different person and their behaviour becomes erratic. No one likes to be near angry people. It destroys relationships. It is one of the leading causes of divorce. It splits a team. It can even lead to murder.

Anger does not only affect other people; it also affects the person who is angry. It can cause adverse physical conditions including high blood pressure, headaches, stomach ulcers and more. People who are angry find it hard to think clearly and objectively. They can easily end up making foolish decisions or doing something stupid they never imagined they were capable of.

Anger is often associated with violence. Although anger is just a feeling, it can lead to sinful behaviour. However, if you are aware that you are angry and deal with it instantly, your anger will not culminate in ungodly action. The longer you dwell on your anger, the higher the chances you will engage in sinful behaviour.

Cain and Abel were the sons of the first two humans, Adam and Eve. One day, they brought offerings to God. Cain offered fruit, while Abel offered the firstborn of his flock and their fat portions. God was pleased with Abel’s offering but not Cain’s. Cain was not only unhappy, he was furious.

The Lord said to Cain, “Why are you angry, and why has your face fallen? If you do well, will you not be accepted? And if you do not do well, sin is crouching at the door. Its desire is contrary to you, but you must rule over it.” (Gen 4:6-7)

God urged Cain to subdue his anger, or it would lead to destruction. The fact that the Lord advised him to deal with his anger and the potential sin implies that he had a choice over his actions. Sin could not rule over him without his permission. Sadly, Cain chose to do what was wrong. He gave in to his infuriated urge and killed his brother, making him the first murderer on earth.

Holy anger

People tend to categorise anger as sin because of the many sinful acts that arise from it. But anger is not necessarily a sin. While it can lead to sinful behaviour, anger in itself is not a sin.

The Old Testament clearly depicts God as a Holy God who was angry when His righteous principles were compromised. He was indignant when His people turned away from Him to worship idols. To Him, they were committing spiritual adultery as they lusted after false gods. In wrath, He disciplined His people again and again. God’s holy nation was repeatedly attacked by their pagan neighbours. Israel was eventually destroyed by the Assyrians; Judah was crushed by the Babylonians and her people taken into exile.

Jesus is always portrayed as a kind, gentle man. Yet, in reality He was not without a temper. In Jerusalem He entered the Temple and drove out all who used the premises as a marketplace (Matt 21:12-13; Mk 11:15-18; Jn 2:13-22). Though the Bible does not specify that the Son of God acted out of anger, one could hardly imagine that He chased the people away gently and turned over tables without fury. In fact, John said the disciples remembered that it was written, “Zeal for your house will consume me.” (Jn 2:17). It is clear that Jesus was consumed with emotion at that moment.

Once, upon entering a synagogue, Jesus found a man with a withered hand. The Pharisees watched carefully to see if He would violate their manmade Sabbatical law. To them, the rules took precedence over people’s welfare. But for Jesus, the law should be created to bless people. Knowing their evil hearts, Jesus looked around at them with anger, grieved at their hardness of heart, and said to the man, “Stretch out your hand.” He stretched it out, and his hand was restored. (Mk 3:1-6)

In these events Jesus was angry, yet He did not sin. His anger or subsequent actions were not regarded as sins.

Self-centredness

What was the difference between Cain’s and Jesus’ anger? Why was Cain’s anger ungodly while Jesus’ was holy? It is the reason for anger that determines whether it is holy or sinful. Cain was angry because he was jealous. His anger was kindled by self-centredness. In contrast, Jesus was angry when the Father in heaven was dishonoured and the disabled man was not cared for. Anger that is rooted in self-centredness is wrong and may lead to sin. Righteous anger stems from the fact that a godly principle is violated and a person mistreated.

In fact, in certain situations, staying calm and not being angry could be considered a sin. If you witness a woman being harassed and you are indifferent to it, there is something wrong within you. If you see a person being treated with injustice and you are not bothered, there is something not right in your heart. A righteous person will be irritated and try to do something when someone is mistreated.

Self-control

Though anger is not intrinsically a sin, controlling your temper is the best way to go. When you get angry, do everything you can to control yourself. This requires self-discipline, as with any temptations that arise in our lives.

Anger is an emotional reaction to something that irritates you. You may not have a button you can push to freeze or kill that feeling. But what you can do is resist the urge to react when you are fuming. It is difficult but doable, because it is a biblical instruction. If you keep practising self-control, you will find it easier to manage your anger.

Paul says, “Be angry and do not sin; do not let the sun go down on your anger, and give no opportunity to the devil.” (Eph 4:26-27). You can be angry. But you must not sin. More importantly, when you are angry, settle it as soon as possible, or you may fall prey to the enemy who would incite you to sin.

Anger is not always wrong. As a feeling you may not be able to kill it, but you can manage it. It is not a sin in itself. Rather, how you respond to it determines whether you will sin.

Bible quotations are from the English Standard Version


บทความ:  อ.ประกิจ ตรีทศายุธ / Prakich Treetasayuth
ออกแบบภาพ:  Rainniedesign