Article

สมัยผมมารู้จักพระเจ้าใหม่ๆ เวลาไปกลุ่มสามัคคีธรรมระหว่างสัปดาห์ จะได้ร้องเพลงนมัสการที่มีเนื้อหาทำนองง่ายๆ แต่เต็มไปด้วยความชื่นชมยินดี เช่น พระเจ้าเป็นความรัก, จงมีความเชื่อ, ฉันมีความสุขดุจธง, เดินกับพระเยซู, กลิ้งออกไป, ฉันได้วางใจในพระเจ้า และอื่นๆ อีกมากมาย ฟังชื่อเพลงแล้วคุ้นๆ กันไหมครับ ถ้าคุ้น แสดงว่าเรารุ่นเดียวกันนะ

หนึ่งในเพลงเหล่านั้น มีเพลงหนึ่งที่ร้องที่ผมเคยร้องว่า

“มีพระเยซูอยู่ในเรือ เราจะยิ้มต่อไป ยิ้มต่อไป ยิ้มต่อไป
มีพระเยซูอยู่ในเรือ เราจะยิ้มต่อไป เราจะพายกลับบ้าน”

ท่อนสองร้องรับต่อว่า

“พายกลับ พายกลับบ้าน พายกลับ พายกลับบ้าน
มีพระเยซูอยู่ในเรือ เราจะยิ้มต่อไป เราจะพายกลับบ้าน”

แล้วระหว่างร้องก็จะมีท่าทางประกอบ เช่น ท่อนพระเยซู ก็ทำมือเป็นรูปไม้กางเขน ยิ้มต่อไป ก็เอาสองนิ้วจิ้มแก้มแล้วยิ้ม พอพายกลับ ก็ทำท่าจ้ำฝีพายกัน เป็นความสนุกชื่นชมยินดี เวลาได้ร้องเพลงนมัสการร่วมกับพี่น้อง

แต่พอโตมา ได้เจอเนื้อเพลงต้นฉบับ ถึงได้รู้ว่าจริงๆ แล้วเพลงนี้เนื้อร้องมันคือ “มีพระเยซูอยู่ในเรือ เราจะยิ้มต่อภัย” ไม่ใช่ยิ้มต่อไป อ้าว นี่เราร้องผิดมานานแล้วเหรอเนี่ย

ในพระธรรม มัทธิว 8:23-27 บันทึกเรื่องราวที่พระเยซูและเหล่าสาวกอยู่บนเรือ และได้เกิดพายุใหญ่ในทะเลสาบจนคลื่นซัดท่วมเรือ และสาวกก็หวาดกลัวกันมากจนต้องมาปลุกพระเยซูให้ช่วย พระเยซูตื่นมาก็บอกสาวกว่าทำไมพวกเขาจึงกลัวและมีความเชื่อน้อย แล้วพระองค์ก็สั่งให้ลมและทะเลสงบ ทำให้ทุกคนที่อยู่ร่วมกับพระองค์ในเวลานั้นรู้สึกอัศจรรย์ใจ

ผมคิดว่าถ้าสมัยนั้นมีเพลงนมัสการแบบเราในตอนนี้ สาวกคงได้ร้องเพลงนี้กันแน่ๆ ว่า “มีพระเยซูอยู่เรือ เราจะยิ้มต่อภัย ยิ้มต่อภัย…เราจะพายกลับบ้าน”

เพลงนี้ ไม่ได้พาเราให้ร้องว่า “มีพระเยซูอยู่ในเรือ เราจะไม่มีภัย” หรือ “มีพระเยซูอยู่ในเรือ เราจะไม่เจอกับภัย” หรือ “ชีวิตเราจะเจอแต่สิ่งดีตลอดไป” แต่มันบอกเราว่า ถ้าตราบใดเรามีพระเยซู เราจะยิ้มให้ภัยที่เราเจอ เราจะยิ้มให้กับปัญหาได้ เราจะฝ่าฟันมันไปด้วยความชื่นชมยินดี เราจะมีความหวังอยู่เสมอต่างหาก

โลกเราเป็นเหมือนเรือใหญ่ลำหนึ่ง มีคนมากมายอยู่บนเรือลำนี้ และระหว่างทางมันต้องเจอกับพายุ คลื่นลม โขดหินและสิ่งที่ไม่คาดคิดอีกมาก เมื่อเราเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เราคงพบความจริงที่หลีกหนีไม่พ้นอย่างหนึ่งว่า ต่อให้เราเป็นคริสเตียน มีความเชื่อมากขนาดไหน ชีวิตเราก็ยังต้องเจอปัญหาอยู่ดี แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ในทุกปัญหาที่เราเจอนั้น พระเจ้าอยู่กับเราเสมอ

ผมเชื่อว่าสถานการณ์ปัจจุบัน ไวรัส เชื้อโรคระบาด และนำพามาซึ่งปัญหาเศรษฐกิจอีกมากมาย เป็นสิ่งที่เราต้องเผชิญกับมันร่วมกัน และเราจะผ่านมันไปได้ด้วยความเชื่อ เวลาที่เราอยู่บนเรือที่กำลังโคลงเคลง คนอื่นๆ อาจจะมองที่คลื่นลม มองที่พายุฝน

แต่สำหรับเราทุกคนที่รู้จักพระเจ้าแล้วนั้น สายตาเรามองที่พระเยซู เราไม่รู้หรอกว่าเมื่อไหร่เรื่องนี้ถึงจะผ่านไป เมื่อไหร่มันจะดีขึ้น หรือหลังจากนี้แล้วจะเป็นอย่างไร แต่เรารู้ว่าพระเจ้าจะนำพาเราผ่านพ้นไปได้ และมีสิ่งดีรอคอยเราอยู่ มีวันที่ฝนตกก็มีวันที่แดดออกรออยู่เช่นกัน

และไม่ว่าเพลงข้างต้น เราจะร้องผิดร้องถูกยังไงก็ตาม บางคนจะร้องว่ายิ้มต่อไป หรือบางคนจะร้องว่ายิ้มต่อภัย แต่ใจความสำคัญของเพลงนี้คือ “มีพระเยซูอยู่ในเรือ” ถ้าเรายังมองที่พระองค์และมีความเชื่ออยู่เสมอ ผมเชื่อว่าเราจะยิ้มต่อภัย และยิ้มต่อไป และเราจะพายกลับบ้านในวันหนึ่งแน่นอน

 

บทความ:  ทรงวุฒิ @เพจเท่าที่รู้
ภาพ:  Promise

Related Resources